Library / Tipiṭaka / ติปิฎก • Tipiṭaka / องฺคุตฺตรนิกาย (อฎฺฐกถา) • Aṅguttaranikāya (aṭṭhakathā) |
๘. ปพฺพชิตอภิณฺหสุตฺตวณฺณนา
8. Pabbajitaabhiṇhasuttavaṇṇanā
๔๘. อฎฺฐเม ปพฺพชิเตนาติ ฆราวาสํ ปหาย สาสเน ปพฺพชฺชํ อุปคเตนฯ อภิณฺหนฺติ อภิกฺขณํ ปุนปฺปุนํ, ปจฺจเวกฺขิตพฺพา โอโลเกตพฺพา สลฺลเกฺขตพฺพาฯ เววณฺณิยนฺติ วิวณฺณภาวํฯ ตํ ปเนตํ เววณฺณิยํ ทุวิธํ โหติ สรีรเววณฺณิยํ ปริกฺขารเววณฺณิยญฺจฯ ตตฺถ เกสมสฺสุโอโรปเนน สรีรเววณฺณิยํ เวทิตพฺพํฯ ปุเพฺพ ปน นานาวิราคานิ สุขุมวตฺถานิ นิวาเสตฺวาปิ นานคฺครสโภชนํ สุวณฺณรชตภาชเนสุ ภุญฺชิตฺวาปิ สิริคเพฺภ วรสยนาสเนสุ นิปชฺชิตฺวาปิ นิสีทิตฺวาปิ สปฺปินวนีตาทีหิ เภสชฺชํ กตฺวาปิ ปพฺพชิตกาลโต ปฎฺฐาย ฉินฺนสงฺฆฎิตกสาวรสปีตานิ วตฺถานิ นิวาเสตพฺพานิ, อยปเตฺต วา มตฺติกปเตฺต วา มิสฺสโกทโน ภุญฺชิตโพฺพ, รุกฺขมูลาทิเสนาสเน มุญฺชติณสนฺถรณาทีสุ นิปชฺชิตพฺพํ , จมฺมขณฺฑตฎฺฎิกาทีสุ นิสีทิตพฺพํ, ปูติมุตฺตาทีหิ เภสชฺชํ กตฺตพฺพํ โหติฯ เอวเมตฺถ ปริกฺขารเววณฺณิยํ เวทิตพฺพํฯ เอวํ ปจฺจเวกฺขโต โกโป จ มาโน จ ปหียติฯ
48. Aṭṭhame pabbajitenāti gharāvāsaṃ pahāya sāsane pabbajjaṃ upagatena. Abhiṇhanti abhikkhaṇaṃ punappunaṃ, paccavekkhitabbā oloketabbā sallakkhetabbā. Vevaṇṇiyanti vivaṇṇabhāvaṃ. Taṃ panetaṃ vevaṇṇiyaṃ duvidhaṃ hoti sarīravevaṇṇiyaṃ parikkhāravevaṇṇiyañca. Tattha kesamassuoropanena sarīravevaṇṇiyaṃ veditabbaṃ. Pubbe pana nānāvirāgāni sukhumavatthāni nivāsetvāpi nānaggarasabhojanaṃ suvaṇṇarajatabhājanesu bhuñjitvāpi sirigabbhe varasayanāsanesu nipajjitvāpi nisīditvāpi sappinavanītādīhi bhesajjaṃ katvāpi pabbajitakālato paṭṭhāya chinnasaṅghaṭitakasāvarasapītāni vatthāni nivāsetabbāni, ayapatte vā mattikapatte vā missakodano bhuñjitabbo, rukkhamūlādisenāsane muñjatiṇasantharaṇādīsu nipajjitabbaṃ , cammakhaṇḍataṭṭikādīsu nisīditabbaṃ, pūtimuttādīhi bhesajjaṃ kattabbaṃ hoti. Evamettha parikkhāravevaṇṇiyaṃ veditabbaṃ. Evaṃ paccavekkhato kopo ca māno ca pahīyati.
ปรปฎิพทฺธา เม ชีวิกาติ มยฺหํ ปเรสุ ปฎิพทฺธา ปรายตฺตา จตุปจฺจยชีวิกาติฯ เอวํ ปจฺจเวกฺขโต หิ อาชีโว ปริสุชฺฌติ, ปิณฺฑปาโต จ อปจิโต โหติ, จตูสุ ปจฺจเยสุ อปจฺจเวกฺขิตปริโภโค นาม น โหติฯ อโญฺญ เม อากโปฺป กรณีโยติ โย คิหีนํ อุรํ อภินีหริตฺวา คีวํ ปคฺคเหตฺวา ลลิเตนากาเรน อนิยตปทวีติหาเรน คมนากโปฺป โหติ, ตโต อโญฺญว อากโปฺป มยา กรณีโย, สนฺตินฺทฺริเยน สนฺตมานเสน ยุคมตฺตทสฺสินา วิสมฎฺฐาเน อุทกสกเฎเนว มนฺทมิตปทวีติหาเรน หุตฺวา คนฺตพฺพนฺติ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํฯ เอวํ ปจฺจเวกฺขโต หิ อิริยาปโถ สารุโปฺป โหติ, ติโสฺส สิกฺขา ปริปูเรนฺติฯ กจฺจินุโขติ สลกฺขเณ นิปาตสมุทาโยฯ อตฺตาติ จิตฺตํฯ สีลโต น อุปวทตีติ อปริสุทฺธํ เต สีลนฺติ สีลปจฺจโย น อุปวทติฯ เอวํ ปจฺจเวกฺขโต หิ อชฺฌตฺตํ หิรี สมุฎฺฐาติ, สา ตีสุ ทฺวาเรสุ สํวรํ สาเธติ, ตีสุ ทฺวาเรสุ สํวโร จตุปาริสุทฺธิสีลํ โหติ, จตุปาริสุทฺธิสีเล ฐิโต วิปสฺสนํ วเฑฺฒตฺวา อรหตฺตํ คณฺหาติฯ อนุวิจฺจ วิญฺญู สพฺรหฺมจารีติ ปณฺฑิตา สพฺรหฺมจาริโน อนุวิจาเรตฺวาฯ เอวํ ปจฺจเวกฺขโต หิ พหิทฺธา โอตฺตปฺปํ สณฺฐาติ, ตํ ตีสุ ทฺวาเรสุ สํวรํ สาเธตีติ อนนฺตรนเยเนว เวทิตพฺพํฯ
Parapaṭibaddhā me jīvikāti mayhaṃ paresu paṭibaddhā parāyattā catupaccayajīvikāti. Evaṃ paccavekkhato hi ājīvo parisujjhati, piṇḍapāto ca apacito hoti, catūsu paccayesu apaccavekkhitaparibhogo nāma na hoti. Añño me ākappo karaṇīyoti yo gihīnaṃ uraṃ abhinīharitvā gīvaṃ paggahetvā lalitenākārena aniyatapadavītihārena gamanākappo hoti, tato aññova ākappo mayā karaṇīyo, santindriyena santamānasena yugamattadassinā visamaṭṭhāne udakasakaṭeneva mandamitapadavītihārena hutvā gantabbanti paccavekkhitabbaṃ. Evaṃ paccavekkhato hi iriyāpatho sāruppo hoti, tisso sikkhā paripūrenti. Kaccinukhoti salakkhaṇe nipātasamudāyo. Attāti cittaṃ. Sīlato na upavadatīti aparisuddhaṃ te sīlanti sīlapaccayo na upavadati. Evaṃ paccavekkhato hi ajjhattaṃ hirī samuṭṭhāti, sā tīsu dvāresu saṃvaraṃ sādheti, tīsu dvāresu saṃvaro catupārisuddhisīlaṃ hoti, catupārisuddhisīle ṭhito vipassanaṃ vaḍḍhetvā arahattaṃ gaṇhāti. Anuvicca viññū sabrahmacārīti paṇḍitā sabrahmacārino anuvicāretvā. Evaṃ paccavekkhato hi bahiddhā ottappaṃ saṇṭhāti, taṃ tīsu dvāresu saṃvaraṃ sādhetīti anantaranayeneva veditabbaṃ.
นานาภาโว วินาภาโวติ ชาติยา นานาภาโว, มรเณน วินาภาโวฯ เอวํ ปจฺจเวกฺขโต หิ ตีสุ ทฺวาเรสุ อสํวุตากาโร นาม น โหติ, มรณสฺสติ สูปฎฺฐิตา โหติฯ กมฺมสฺสโกมฺหีติอาทีสุ กมฺมํ มยฺหํ สกํ อตฺตโน สนฺตกนฺติ กมฺมสฺสกาฯ กเมฺมน ทาตพฺพํ ผลํ ทายํ, กมฺมสฺส ทายํ กมฺมทายํ, ตํ อาทียามีติ กมฺมทายาโทฯ กมฺมํ มยฺหํ โยนิ การณนฺติ กมฺมโยนิฯ กมฺมํ มยฺหํ พนฺธุ ญาตโกติ กมฺมพนฺธุฯ กมฺมํ มยฺหํ ปฎิสรณํ ปติฎฺฐาติ กมฺมปฎิสรโณฯ ตสฺส ทายาโท ภวิสฺสามีติ ตสฺส กมฺมสฺส ทายาโท เตน ทินฺนผลํ ปฎิคฺคาหโก ภวิสฺสามิฯ เอวํ กมฺมสฺสกตํ ปน ปจฺจเวกฺขโต ปาปกรณํ นาม น โหติฯ กถํภูตสฺส เม รตฺตินฺทิวา วีติวตฺตนฺตีติ กินฺนุ โข เม วตฺตปฺปฎิปตฺติํ กโรนฺตสฺส, อุทาหุ อกโรนฺตสฺส, พุทฺธวจนํ สชฺฌายนฺตสฺส, อุทาหุ อสชฺฌายนฺตสฺส, โยนิโสมนสิกาเร กมฺมํ กโรนฺตสฺส, อุทาหุ อกโรนฺตสฺสาติ กถํภูตสฺส เม รตฺตินฺทิวา วีติวตฺตนฺติ, ปริวตฺตนฺตีติ อโตฺถฯ เอวํ ปจฺจเวกฺขโต หิ อปฺปมาโท ปริปูรติฯ
Nānābhāvo vinābhāvoti jātiyā nānābhāvo, maraṇena vinābhāvo. Evaṃ paccavekkhato hi tīsu dvāresu asaṃvutākāro nāma na hoti, maraṇassati sūpaṭṭhitā hoti. Kammassakomhītiādīsu kammaṃ mayhaṃ sakaṃ attano santakanti kammassakā. Kammena dātabbaṃ phalaṃ dāyaṃ, kammassa dāyaṃ kammadāyaṃ, taṃ ādīyāmīti kammadāyādo. Kammaṃ mayhaṃ yoni kāraṇanti kammayoni. Kammaṃ mayhaṃ bandhu ñātakoti kammabandhu. Kammaṃ mayhaṃ paṭisaraṇaṃ patiṭṭhāti kammapaṭisaraṇo. Tassa dāyādo bhavissāmīti tassa kammassa dāyādo tena dinnaphalaṃ paṭiggāhako bhavissāmi. Evaṃ kammassakataṃ pana paccavekkhato pāpakaraṇaṃ nāma na hoti. Kathaṃbhūtassa me rattindivā vītivattantīti kinnu kho me vattappaṭipattiṃ karontassa, udāhu akarontassa, buddhavacanaṃ sajjhāyantassa, udāhu asajjhāyantassa, yonisomanasikāre kammaṃ karontassa, udāhu akarontassāti kathaṃbhūtassa me rattindivā vītivattanti, parivattantīti attho. Evaṃ paccavekkhato hi appamādo paripūrati.
สุญฺญาคาเร อภิรมามีติ วิวิโตฺตกาเส สพฺพิริยาปเถสุ เอกโกว หุตฺวา กจฺจิ นุ โข อภิรมามีติ อโตฺถฯ เอวํ ปจฺจเวกฺขโต กายวิเวโก ปริปูรติฯ อุตฺตริมนุสฺสธโมฺมติ อุตฺตริมนุสฺสานํ อุกฺกฎฺฐมนุสฺสภูตานํ ฌายีนเญฺจว อริยานญฺจ ฌานาทิธโมฺม, ทสกุสลกมฺมปถสงฺขาตมนุสฺสธมฺมโต วา อุตฺตริตโร วิสิฎฺฐตโร ธโมฺม เม มม สนฺตาเน อตฺถิ นุ โข, สนฺติ นุ โขติ อโตฺถฯ อลมริยญาณทสฺสนวิเสโสติ มหคฺคตโลกุตฺตรปญฺญา ปชานนเฎฺฐน ญาณํ, จกฺขุนา ทิฎฺฐมิว ธมฺมํ ปจฺจกฺขกรณโต ทสฺสนเฎฺฐน ทสฺสนนฺติ ญาณทสฺสนํ, อริยํ วิสุทฺธํ อุตฺตมํ ญาณทสฺสนนฺติ อริยญาณทสฺสนํ, อลํ ปริยตฺตกํ กิเลสวิทฺธํสนสมตฺถํ อริยญาณทสฺสนเมตฺถ, อสฺส วาติ อลมริยญาณทสฺสโน, ฌานาทิเภโท อุตฺตริมนุสฺสธโมฺม อลมริยญาณทสฺสโน จ โส วิเสโส จาติ อลมริยญาณทสฺสนวิเสโสฯ อถ วา ตเมว กิเลสวิทฺธํสนสมตฺถํ วิสุทฺธํ ญาณทสฺสนเมว วิเสโสติ อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส วาฯ อธิคโตติ ปฎิลโทฺธ เม อตฺถิ นุ โขฯ โสหนฺติ ปฎิลทฺธวิเสโส โส อหํฯ ปจฺฉิเม กาเลติ มรณมเญฺจ นิปนฺนกาเลฯ ปุโฎฺฐติ สพฺรหฺมจารีหิ อธิคตคุณวิเสสํ ปุจฺฉิโตฯ น มงฺกุ ภวิสฺสามีติ ปติตกฺขโนฺธ นิเตฺตโช น เหสฺสามีติฯ เอวํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส หิ โมฆกาลกิริยา นาม น โหติฯ
Suññāgāre abhiramāmīti vivittokāse sabbiriyāpathesu ekakova hutvā kacci nu kho abhiramāmīti attho. Evaṃ paccavekkhato kāyaviveko paripūrati. Uttarimanussadhammoti uttarimanussānaṃ ukkaṭṭhamanussabhūtānaṃ jhāyīnañceva ariyānañca jhānādidhammo, dasakusalakammapathasaṅkhātamanussadhammato vā uttaritaro visiṭṭhataro dhammo me mama santāne atthi nu kho, santi nu khoti attho. Alamariyañāṇadassanavisesoti mahaggatalokuttarapaññā pajānanaṭṭhena ñāṇaṃ, cakkhunā diṭṭhamiva dhammaṃ paccakkhakaraṇato dassanaṭṭhena dassananti ñāṇadassanaṃ, ariyaṃ visuddhaṃ uttamaṃ ñāṇadassananti ariyañāṇadassanaṃ, alaṃ pariyattakaṃ kilesaviddhaṃsanasamatthaṃ ariyañāṇadassanamettha, assa vāti alamariyañāṇadassano, jhānādibhedo uttarimanussadhammo alamariyañāṇadassano ca so viseso cāti alamariyañāṇadassanaviseso. Atha vā tameva kilesaviddhaṃsanasamatthaṃ visuddhaṃ ñāṇadassanameva visesoti alamariyañāṇadassanaviseso vā. Adhigatoti paṭiladdho me atthi nu kho. Sohanti paṭiladdhaviseso so ahaṃ. Pacchime kāleti maraṇamañce nipannakāle. Puṭṭhoti sabrahmacārīhi adhigataguṇavisesaṃ pucchito. Na maṅku bhavissāmīti patitakkhandho nittejo na hessāmīti. Evaṃ paccavekkhantassa hi moghakālakiriyā nāma na hoti.
Related texts:
ติปิฎก (มูล) • Tipiṭaka (Mūla) / สุตฺตปิฎก • Suttapiṭaka / องฺคุตฺตรนิกาย • Aṅguttaranikāya / ๘. ปพฺพชิตอภิณฺหสุตฺตํ • 8. Pabbajitaabhiṇhasuttaṃ
ฎีกา • Tīkā / สุตฺตปิฎก (ฎีกา) • Suttapiṭaka (ṭīkā) / องฺคุตฺตรนิกาย (ฎีกา) • Aṅguttaranikāya (ṭīkā) / ๑-๘. วิวาทสุตฺตาทิวณฺณนา • 1-8. Vivādasuttādivaṇṇanā