Library / Tipiṭaka / ติปิฎก • Tipiṭaka / องฺคุตฺตรนิกาย • Aṅguttaranikāya

    ๕. วปฺปสุตฺตํ

    5. Vappasuttaṃ

    ๑๙๕. เอกํ สมยํ ภควา สเกฺกสุ วิหรติ กปิลวตฺถุสฺมิํ นิโคฺรธาราเมฯ อถ โข วโปฺป สโกฺก นิคณฺฐสาวโก เยนายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ มหาโมคฺคลฺลานํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข วปฺปํ สกฺกํ นิคณฺฐสาวกํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เอตทโวจ –

    195. Ekaṃ samayaṃ bhagavā sakkesu viharati kapilavatthusmiṃ nigrodhārāme. Atha kho vappo sakko nigaṇṭhasāvako yenāyasmā mahāmoggallāno tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā āyasmantaṃ mahāmoggallānaṃ abhivādetvā ekamantaṃ nisīdi. Ekamantaṃ nisinnaṃ kho vappaṃ sakkaṃ nigaṇṭhasāvakaṃ āyasmā mahāmoggallāno etadavoca –

    ‘‘อิธสฺส , วปฺป, กาเยน สํวุโต วาจาย สํวุโต มนสา สํวุโต อวิชฺชาวิราคา วิชฺชุปฺปาทาฯ ปสฺสสิ โน ตฺวํ, วปฺป, ตํ ฐานํ ยโตนิทานํ ปุริสํ ทุกฺขเวทนิยา อาสวา อสฺสเวยฺยุํ 1 อภิสมฺปราย’’นฺติ? ‘‘ปสฺสามหํ, ภเนฺต, ตํ ฐานํฯ อิธสฺส, ภเนฺต, ปุเพฺพ ปาปกมฺมํ กตํ อวิปกฺกวิปากํฯ ตโตนิทานํ ปุริสํ ทุกฺขเวทนิยา อาสวา อสฺสเวยฺยุํ อภิสมฺปราย’’นฺติฯ อยเญฺจว โข ปน อายสฺมโต มหาโมคฺคลฺลานสฺส วเปฺปน สเกฺกน นิคณฺฐสาวเกน สทฺธิํ อนฺตรากถา วิปฺปกตา โหติฯ

    ‘‘Idhassa , vappa, kāyena saṃvuto vācāya saṃvuto manasā saṃvuto avijjāvirāgā vijjuppādā. Passasi no tvaṃ, vappa, taṃ ṭhānaṃ yatonidānaṃ purisaṃ dukkhavedaniyā āsavā assaveyyuṃ 2 abhisamparāya’’nti? ‘‘Passāmahaṃ, bhante, taṃ ṭhānaṃ. Idhassa, bhante, pubbe pāpakammaṃ kataṃ avipakkavipākaṃ. Tatonidānaṃ purisaṃ dukkhavedaniyā āsavā assaveyyuṃ abhisamparāya’’nti. Ayañceva kho pana āyasmato mahāmoggallānassa vappena sakkena nigaṇṭhasāvakena saddhiṃ antarākathā vippakatā hoti.

    อถ โข ภควา สายนฺหสมยํ ปฎิสลฺลานา วุฎฺฐิโต เยน อุปฎฺฐานสาลา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญเตฺต อาสเน นิสีทิฯ นิสชฺช โข ภควา อายสฺมนฺตํ มหาโมคฺคลฺลานํ เอตทโวจ –

    Atha kho bhagavā sāyanhasamayaṃ paṭisallānā vuṭṭhito yena upaṭṭhānasālā tenupasaṅkami; upasaṅkamitvā paññatte āsane nisīdi. Nisajja kho bhagavā āyasmantaṃ mahāmoggallānaṃ etadavoca –

    ‘‘กาย นุตฺถ, โมคฺคลฺลาน, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา; กา จ ปน โว อนฺตรากถา วิปฺปกตา’’ติ? ‘‘อิธาหํ, ภเนฺต, วปฺปํ สกฺกํ นิคณฺฐสาวกํ เอตทโวจํ – ‘อิธสฺส, วปฺป, กาเยน สํวุโต วาจาย สํวุโต มนสา สํวุโต อวิชฺชาวิราคา วิชฺชุปฺปาทาฯ ปสฺสสิ โน ตฺวํ, วปฺป, ตํ ฐานํ ยโตนิทานํ ปุริสํ ทุกฺขเวทนิยา อาสวา อสฺสเวยฺยุํ อภิสมฺปราย’นฺติ? เอวํ วุเตฺต, ภเนฺต, วโปฺป สโกฺก นิคณฺฐสาวโก มํ เอตทโวจ – ‘ปสฺสามหํ, ภเนฺต, ตํ ฐานํฯ อิธสฺส, ภเนฺต, ปุเพฺพ ปาปกมฺมํ กตํ อวิปกฺกวิปากํฯ ตโตนิทานํ ปุริสํ ทุกฺขเวทนิยา อาสวา อสฺสเวยฺยุํ อภิสมฺปราย’นฺติ ฯ อยํ โข โน, ภเนฺต , วเปฺปน สเกฺกน นิคณฺฐสาวเกน สทฺธิํ อนฺตรากถา วิปฺปกตา; อถ ภควา อนุปฺปโตฺต’’ติฯ

    ‘‘Kāya nuttha, moggallāna, etarahi kathāya sannisinnā; kā ca pana vo antarākathā vippakatā’’ti? ‘‘Idhāhaṃ, bhante, vappaṃ sakkaṃ nigaṇṭhasāvakaṃ etadavocaṃ – ‘idhassa, vappa, kāyena saṃvuto vācāya saṃvuto manasā saṃvuto avijjāvirāgā vijjuppādā. Passasi no tvaṃ, vappa, taṃ ṭhānaṃ yatonidānaṃ purisaṃ dukkhavedaniyā āsavā assaveyyuṃ abhisamparāya’nti? Evaṃ vutte, bhante, vappo sakko nigaṇṭhasāvako maṃ etadavoca – ‘passāmahaṃ, bhante, taṃ ṭhānaṃ. Idhassa, bhante, pubbe pāpakammaṃ kataṃ avipakkavipākaṃ. Tatonidānaṃ purisaṃ dukkhavedaniyā āsavā assaveyyuṃ abhisamparāya’nti . Ayaṃ kho no, bhante , vappena sakkena nigaṇṭhasāvakena saddhiṃ antarākathā vippakatā; atha bhagavā anuppatto’’ti.

    อถ โข ภควา วปฺปํ สกฺกํ นิคณฺฐสาวกํ เอตทโวจ – ‘‘สเจ เม ตฺวํ, วปฺป, อนุเญฺญยฺยเญฺจว อนุชาเนยฺยาสิ, ปฎิโกฺกสิตพฺพญฺจ ปฎิโกฺกเสยฺยาสิ, ยสฺส จ เม ภาสิตสฺส อตฺถํ น ชาเนยฺยาสิ มเมเวตฺถ อุตฺตริ ปฎิปุเจฺฉยฺยาสิ – ‘อิทํ, ภเนฺต, กถํ, อิมสฺส โก อโตฺถ’ติ, สิยา โน เอตฺถ กถาสลฺลาโป’’ติฯ ‘‘อนุเญฺญยฺยเญฺจวาหํ, ภเนฺต, ภควโต อนุชานิสฺสามิ, ปฎิโกฺกสิตพฺพญฺจ ปฎิโกฺกสิสฺสามิ, ยสฺส จาหํ ภควโต ภาสิตสฺส อตฺถํ น ชานิสฺสามิ ภควนฺตํเยเวตฺถ อุตฺตริ ปฎิปุจฺฉิสฺสามิ – ‘อิทํ ภเนฺต, กถํ, อิมสฺส โก อโตฺถ’ติ? โหตุ โน เอตฺถ กถาสลฺลาโป’’ติฯ

    Atha kho bhagavā vappaṃ sakkaṃ nigaṇṭhasāvakaṃ etadavoca – ‘‘sace me tvaṃ, vappa, anuññeyyañceva anujāneyyāsi, paṭikkositabbañca paṭikkoseyyāsi, yassa ca me bhāsitassa atthaṃ na jāneyyāsi mamevettha uttari paṭipuccheyyāsi – ‘idaṃ, bhante, kathaṃ, imassa ko attho’ti, siyā no ettha kathāsallāpo’’ti. ‘‘Anuññeyyañcevāhaṃ, bhante, bhagavato anujānissāmi, paṭikkositabbañca paṭikkosissāmi, yassa cāhaṃ bhagavato bhāsitassa atthaṃ na jānissāmi bhagavantaṃyevettha uttari paṭipucchissāmi – ‘idaṃ bhante, kathaṃ, imassa ko attho’ti? Hotu no ettha kathāsallāpo’’ti.

    ‘‘ตํ กิํ มญฺญสิ, วปฺป, เย กายสมารมฺภปจฺจยา อุปฺปชฺชนฺติ อาสวา วิฆาตปริฬาหา, กายสมารมฺภา ปฎิวิรตสฺส เอวํส เต อาสวา วิฆาตปริฬาหา น โหนฺติฯ โส นวญฺจ กมฺมํ น กโรติ, ปุราณญฺจ กมฺมํ ผุสฺส ผุสฺส พฺยนฺตีกโรติ, สนฺทิฎฺฐิกา นิชฺชรา อกาลิกา เอหิปสฺสิกา โอปเนยฺยิกา ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺพา วิญฺญูหิ 3ฯ ปสฺสสิ โน ตฺวํ, วปฺป, ตํ ฐานํ ยโตนิทานํ ปุริสํ ทุกฺขเวทนิยา อาสวา อสฺสเวยฺยุํ อภิสมฺปราย’’นฺติ? ‘‘โน เหตํ, ภเนฺต’’ฯ

    ‘‘Taṃ kiṃ maññasi, vappa, ye kāyasamārambhapaccayā uppajjanti āsavā vighātapariḷāhā, kāyasamārambhā paṭiviratassa evaṃsa te āsavā vighātapariḷāhā na honti. So navañca kammaṃ na karoti, purāṇañca kammaṃ phussa phussa byantīkaroti, sandiṭṭhikā nijjarā akālikā ehipassikā opaneyyikā paccattaṃ veditabbā viññūhi 4. Passasi no tvaṃ, vappa, taṃ ṭhānaṃ yatonidānaṃ purisaṃ dukkhavedaniyā āsavā assaveyyuṃ abhisamparāya’’nti? ‘‘No hetaṃ, bhante’’.

    ‘‘ตํ กิํ มญฺญสิ, วปฺป, เย วจีสมารมฺภปจฺจยา อุปฺปชฺชนฺติ อาสวา วิฆาตปริฬาหา, วจีสมารมฺภา ปฎิวิรตสฺส เอวํส เต อาสวา วิฆาตปริฬาหา น โหนฺติฯ โส นวญฺจ กมฺมํ น กโรติ, ปุราณญฺจ กมฺมํ ผุสฺส ผุสฺส พฺยนฺตีกโรติฯ สนฺทิฎฺฐิกา นิชฺชรา อกาลิกา เอหิปสฺสิกา โอปเนยฺยิกา ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺพา วิญฺญูหิฯ ปสฺสสิ โน ตฺวํ, วปฺป, ตํ ฐานํ ยโตนิทานํ ปุริสํ ทุกฺขเวทนิยา อาสวา อสฺสเวยฺยุํ อภิสมฺปราย’’นฺติ? ‘‘โน เหตํ, ภเนฺต’’ฯ

    ‘‘Taṃ kiṃ maññasi, vappa, ye vacīsamārambhapaccayā uppajjanti āsavā vighātapariḷāhā, vacīsamārambhā paṭiviratassa evaṃsa te āsavā vighātapariḷāhā na honti. So navañca kammaṃ na karoti, purāṇañca kammaṃ phussa phussa byantīkaroti. Sandiṭṭhikā nijjarā akālikā ehipassikā opaneyyikā paccattaṃ veditabbā viññūhi. Passasi no tvaṃ, vappa, taṃ ṭhānaṃ yatonidānaṃ purisaṃ dukkhavedaniyā āsavā assaveyyuṃ abhisamparāya’’nti? ‘‘No hetaṃ, bhante’’.

    ‘‘ตํ กิํ มญฺญสิ, วปฺป, เย มโนสมารมฺภปจฺจยา อุปฺปชฺชนฺติ อาสวา วิฆาตปริฬาหา, มโนสมารมฺภา ปฎิวิรตสฺส เอวํส เต อาสวา วิฆาตปริฬาหา น โหนฺติฯ โส นวญฺจ กมฺมํ น กโรติ, ปุราณญฺจ กมฺมํ ผุสฺส ผุสฺส พฺยนฺตีกโรติฯ สนฺทิฎฺฐิกา นิชฺชรา อกาลิกา เอหิปสฺสิกา โอปเนยฺยิกา ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺพา วิญฺญูหิฯ ปสฺสสิ โน ตฺวํ, วปฺป, ตํ ฐานํ ยโตนิทานํ ปุริสํ ทุกฺขเวทนิยา อาสวา อสฺสเวยฺยุํ อภิสมฺปราย’’นฺติ? ‘‘โน เหตํ, ภเนฺต’’ฯ

    ‘‘Taṃ kiṃ maññasi, vappa, ye manosamārambhapaccayā uppajjanti āsavā vighātapariḷāhā, manosamārambhā paṭiviratassa evaṃsa te āsavā vighātapariḷāhā na honti. So navañca kammaṃ na karoti, purāṇañca kammaṃ phussa phussa byantīkaroti. Sandiṭṭhikā nijjarā akālikā ehipassikā opaneyyikā paccattaṃ veditabbā viññūhi. Passasi no tvaṃ, vappa, taṃ ṭhānaṃ yatonidānaṃ purisaṃ dukkhavedaniyā āsavā assaveyyuṃ abhisamparāya’’nti? ‘‘No hetaṃ, bhante’’.

    ‘‘ตํ กิํ มญฺญสิ, วปฺป, เย อวิชฺชาปจฺจยา อุปฺปชฺชนฺติ อาสวา วิฆาตปริฬาหา, อวิชฺชาวิราคา วิชฺชุปฺปาทา เอวํส เต อาสวา วิฆาตปริฬาหา น โหนฺติฯ โส นวญฺจ กมฺมํ น กโรติ, ปุราณญฺจ กมฺมํ ผุสฺส ผุสฺส พฺยนฺตีกโรติฯ สนฺทิฎฺฐิกา นิชฺชรา อกาลิกา เอหิปสฺสิกา โอปเนยฺยิกา ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺพา วิญฺญูหิฯ ปสฺสสิ โน ตฺวํ, วปฺป, ตํ ฐานํ ยโตนิทานํ ปุริสํ ทุกฺขเวทนิยา อาสวา อสฺสเวยฺยุํ อภิสมฺปราย’’นฺติ? ‘‘โน เหตํ, ภเนฺต’’ฯ

    ‘‘Taṃ kiṃ maññasi, vappa, ye avijjāpaccayā uppajjanti āsavā vighātapariḷāhā, avijjāvirāgā vijjuppādā evaṃsa te āsavā vighātapariḷāhā na honti. So navañca kammaṃ na karoti, purāṇañca kammaṃ phussa phussa byantīkaroti. Sandiṭṭhikā nijjarā akālikā ehipassikā opaneyyikā paccattaṃ veditabbā viññūhi. Passasi no tvaṃ, vappa, taṃ ṭhānaṃ yatonidānaṃ purisaṃ dukkhavedaniyā āsavā assaveyyuṃ abhisamparāya’’nti? ‘‘No hetaṃ, bhante’’.

    ‘‘เอวํ สมฺมา วิมุตฺตจิตฺตสฺส โข, วปฺป, ภิกฺขุโน ฉ สตตวิหารา อธิคตา โหนฺติฯ โส จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา เนว สุมโน โหติ น ทุมฺมโน; อุเปกฺขโก วิหรติ สโต สมฺปชาโนฯ โสเตน สทฺทํ สุตฺวา…เป.… ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา…เป... ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา…เป.… กาเยน โผฎฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา…เป.… มนสา ธมฺมํ วิญฺญา เนว สุมโน โหติ น ทุมฺมโน; อุเปกฺขโก วิหรติ สโต สมฺปชาโนฯ โส กายปริยนฺติกํ เวทนํ เวทิยมาโน ‘กายปริยนฺติกํ เวทนํ เวทิยามี’ติ ปชานาติ; ชีวิตปริยนฺติกํ เวทนํ เวทิยมาโน ‘ชีวิตปริยนฺติกํ เวทนํ เวทิยามี’ติ ปชานาติ; ‘กายสฺส เภทา อุทฺธํ ชีวิตปริยาทานา อิเธว สพฺพเวทยิตานิ อนภินนฺทิตานิ สีตี ภวิสฺสนฺตี’ติ ปชานาติ’’ฯ

    ‘‘Evaṃ sammā vimuttacittassa kho, vappa, bhikkhuno cha satatavihārā adhigatā honti. So cakkhunā rūpaṃ disvā neva sumano hoti na dummano; upekkhako viharati sato sampajāno. Sotena saddaṃ sutvā…pe… ghānena gandhaṃ ghāyitvā…pe... jivhāya rasaṃ sāyitvā…pe… kāyena phoṭṭhabbaṃ phusitvā…pe… manasā dhammaṃ viññā neva sumano hoti na dummano; upekkhako viharati sato sampajāno. So kāyapariyantikaṃ vedanaṃ vediyamāno ‘kāyapariyantikaṃ vedanaṃ vediyāmī’ti pajānāti; jīvitapariyantikaṃ vedanaṃ vediyamāno ‘jīvitapariyantikaṃ vedanaṃ vediyāmī’ti pajānāti; ‘kāyassa bhedā uddhaṃ jīvitapariyādānā idheva sabbavedayitāni anabhinanditāni sītī bhavissantī’ti pajānāti’’.

    ‘‘เสยฺยถาปิ, วปฺป, ถูณํ ปฎิจฺจ ฉายา ปญฺญายติฯ อถ ปุริโส อาคเจฺฉยฺย กุทฺทาลปิฎกํ อาทายฯ โส ตํ ถูณํ มูเล ฉิเนฺทยฺย; มูเล ฉินฺทิตฺวา ปลิขเณยฺย; ปลิขณิตฺวา มูลานิ อุทฺธเรยฺย, อนฺตมโส อุสีรนาฬิมตฺตานิปิ 5ฯ โส ตํ ถูณํ ขณฺฑาขณฺฑิกํ ฉิเนฺทยฺยฯ ขณฺฑาขณฺฑิกํ เฉตฺวา ผาเลยฺยฯ ผาเลตฺวา สกลิกํ สกลิกํ กเรยฺยฯ สกลิกํ สกลิกํ กตฺวา วาตาตเป วิโสเสยฺยฯ วาตาตเป วิโสเสตฺวา อคฺคินา ฑเหยฺยฯ อคฺคินา ฑเหตฺวา มสิํ กเรยฺย ฯ มสิํ กริตฺวา มหาวาเต วา โอผุเณยฺย นทิยา วา สีฆโสตาย ปวาเหยฺยฯ เอวํ หิสฺส, วปฺป, ยา ถูณํ ปฎิจฺจ ฉายา สา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวํกตา อายติํ อนุปฺปาทธมฺมาฯ

    ‘‘Seyyathāpi, vappa, thūṇaṃ paṭicca chāyā paññāyati. Atha puriso āgaccheyya kuddālapiṭakaṃ ādāya. So taṃ thūṇaṃ mūle chindeyya; mūle chinditvā palikhaṇeyya; palikhaṇitvā mūlāni uddhareyya, antamaso usīranāḷimattānipi 6. So taṃ thūṇaṃ khaṇḍākhaṇḍikaṃ chindeyya. Khaṇḍākhaṇḍikaṃ chetvā phāleyya. Phāletvā sakalikaṃ sakalikaṃ kareyya. Sakalikaṃ sakalikaṃ katvā vātātape visoseyya. Vātātape visosetvā agginā ḍaheyya. Agginā ḍahetvā masiṃ kareyya . Masiṃ karitvā mahāvāte vā ophuṇeyya nadiyā vā sīghasotāya pavāheyya. Evaṃ hissa, vappa, yā thūṇaṃ paṭicca chāyā sā ucchinnamūlā tālāvatthukatā anabhāvaṃkatā āyatiṃ anuppādadhammā.

    ‘‘เอวเมวํ โข, วปฺป, เอวํ สมฺมา วิมุตฺตจิตฺตสฺส ภิกฺขุโน ฉ สตตวิหารา อธิคตา โหนฺติฯ โส จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา เนว สุมโน โหติ น ทุมฺมโน; อุเปกฺขโก วิหรติ สโต สมฺปชาโนฯ โสเตน สทฺทํ สุตฺวา…เป.… ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา…เป.… ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา…เป.… กาเยน โผฎฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา…เป.… มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย เนว สุมโน โหติ น ทุมฺมโน; อุเปกฺขโก วิหรติ สโต สมฺปชาโนฯ โส กายปริยนฺติกํ เวทนํ เวทิยมาโน ‘กายปริยนฺติกํ เวทนํ เวทิยามี’ติ ปชานาติ; ชีวิตปริยนฺติกํ เวทนํ เวทิยมาโน ‘ชีวิตปริยนฺติกํ เวทนํ เวทิยามี’ติ ปชานาติ; ‘กายสฺส เภทา อุทฺธํ ชีวิตปริยาทานา อิเธว สพฺพเวทยิตานิ อนภินนฺทิตานิ สีตี ภวิสฺสนฺตี’ติ ปชานาติ’’ฯ

    ‘‘Evamevaṃ kho, vappa, evaṃ sammā vimuttacittassa bhikkhuno cha satatavihārā adhigatā honti. So cakkhunā rūpaṃ disvā neva sumano hoti na dummano; upekkhako viharati sato sampajāno. Sotena saddaṃ sutvā…pe… ghānena gandhaṃ ghāyitvā…pe… jivhāya rasaṃ sāyitvā…pe… kāyena phoṭṭhabbaṃ phusitvā…pe… manasā dhammaṃ viññāya neva sumano hoti na dummano; upekkhako viharati sato sampajāno. So kāyapariyantikaṃ vedanaṃ vediyamāno ‘kāyapariyantikaṃ vedanaṃ vediyāmī’ti pajānāti; jīvitapariyantikaṃ vedanaṃ vediyamāno ‘jīvitapariyantikaṃ vedanaṃ vediyāmī’ti pajānāti; ‘kāyassa bhedā uddhaṃ jīvitapariyādānā idheva sabbavedayitāni anabhinanditāni sītī bhavissantī’ti pajānāti’’.

    เอวํ วุเตฺต วโปฺป สโกฺก นิคณฺฐสาวโก ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘เสยฺยถาปิ, ภเนฺต, ปุริโส อุทยตฺถิโก อสฺสปณิยํ โปเสยฺยฯ โส อุทยเญฺจว นาธิคเจฺฉยฺย, อุตฺตริญฺจ กิลมถสฺส วิฆาตสฺส ภาคี อสฺสฯ เอวเมวํ โข อหํ, ภเนฺต, อุทยตฺถิโก พาเล นิคเณฺฐ ปยิรุปาสิํฯ สฺวาหํ อุทยเญฺจว นาธิคจฺฉิํ, อุตฺตริญฺจ กิลมถสฺส วิฆาตสฺส ภาคี อโหสิํฯ เอสาหํ, ภเนฺต, อชฺชตเคฺค โย เม พาเลสุ นิคเณฺฐสุ ปสาโท ตํ มหาวาเต วา โอผุณามิ นทิยา วา สีฆโสตาย ปวาเหมิฯ อภิกฺกนฺตํ, ภเนฺต…เป.… อุปาสกํ มํ, ภเนฺต , ภควา ธาเรตุ อชฺชตเคฺค ปาณุเปตํ สรณํ คต’’นฺติฯ ปญฺจมํฯ

    Evaṃ vutte vappo sakko nigaṇṭhasāvako bhagavantaṃ etadavoca – ‘‘seyyathāpi, bhante, puriso udayatthiko assapaṇiyaṃ poseyya. So udayañceva nādhigaccheyya, uttariñca kilamathassa vighātassa bhāgī assa. Evamevaṃ kho ahaṃ, bhante, udayatthiko bāle nigaṇṭhe payirupāsiṃ. Svāhaṃ udayañceva nādhigacchiṃ, uttariñca kilamathassa vighātassa bhāgī ahosiṃ. Esāhaṃ, bhante, ajjatagge yo me bālesu nigaṇṭhesu pasādo taṃ mahāvāte vā ophuṇāmi nadiyā vā sīghasotāya pavāhemi. Abhikkantaṃ, bhante…pe… upāsakaṃ maṃ, bhante , bhagavā dhāretu ajjatagge pāṇupetaṃ saraṇaṃ gata’’nti. Pañcamaṃ.







    Footnotes:
    1. อนฺวาสฺสเวยฺยุํ (ก.)
    2. anvāssaveyyuṃ (ka.)
    3. วิญฺญูหีติ (สี. ปี. ก.) สํ. นิ. ๔.๓๖๔ ปสฺสิตพฺพํ
    4. viññūhīti (sī. pī. ka.) saṃ. ni. 4.364 passitabbaṃ
    5. อุสีรนาฬมตฺตานิปิ (สี.)
    6. usīranāḷamattānipi (sī.)



    Related texts:



    อฎฺฐกถา • Aṭṭhakathā / สุตฺตปิฎก (อฎฺฐกถา) • Suttapiṭaka (aṭṭhakathā) / องฺคุตฺตรนิกาย (อฎฺฐกถา) • Aṅguttaranikāya (aṭṭhakathā) / ๕. วปฺปสุตฺตวณฺณนา • 5. Vappasuttavaṇṇanā

    ฎีกา • Tīkā / สุตฺตปิฎก (ฎีกา) • Suttapiṭaka (ṭīkā) / องฺคุตฺตรนิกาย (ฎีกา) • Aṅguttaranikāya (ṭīkā) / ๕. วปฺปสุตฺตวณฺณนา • 5. Vappasuttavaṇṇanā


    © 1991-2023 The Titi Tudorancea Bulletin | Titi Tudorancea® is a Registered Trademark | Terms of use and privacy policy
    Contact