Library / Tipiṭaka / ติปิฎก • Tipiṭaka / ปาจิตฺยาทิโยชนาปาฬิ • Pācityādiyojanāpāḷi

    ๖. เสนาสนกฺขนฺธกํ

    6. Senāsanakkhandhakaṃ

    วิหารานุชานนกถา

    Vihārānujānanakathā

    ๒๙๔. เสนาสนกฺขนฺธเก อปญฺญตฺตํ โหตีติ เอตฺถ น ญปธาตุ โหติ, อปิจ ญาธาตุเยว, โส จ โข อนุชานนโตฺถติ อาห ‘‘อนนุญฺญาตํ โหตี’’ติฯ อิมินา ญาธาตุสฺส อวโพธนาทโย อเตฺถ นิวเตฺตติ, อนุชานนตฺถํเยว ทเสฺสติฯ อฑฺฒโยคาทีนํ วิสุํ คหิตตฺตา วิหารสเทฺทน ปาริเสสโต อวเสสาวาโสว คเหตโพฺพติ อาห ‘‘อฑฺฒโยคาทิมุตฺตโก อวเสสาวาโส’’ติฯ สุวณฺณวงฺกเคหนฺติ สุวณฺณวงฺกฉทเนน ฉาทิตํ เคหํฯ อิฎฺฐกาคุหาติ อิฎฺฐกาย กตา คุหาฯ เอเสว นโย เสเสสุปิฯ อาคตสฺส จ อนาคตสฺส จาติ เอตฺถ จสเทฺทน ทฺวนฺทวากฺยํ ทเสฺสติฯ อาคจฺฉตีติ อาคโต, น อาคโต อนาคโต, สโงฺฆฯ อาคโต จ อนาคโต จ อาคตานาคโต, สมาหารทฺวโนฺท ปุํลิโงฺค, ตสฺสฯ ‘‘อปฺปฎิหตจารสฺสา’’ติ อิมินา จตูสุ ทิสาสุ อปฺปฎิหตจาโร จาตุทฺทิโสติ วจนตฺถํ ทเสฺสติฯ

    294. Senāsanakkhandhake apaññattaṃ hotīti ettha na ñapadhātu hoti, apica ñādhātuyeva, so ca kho anujānanatthoti āha ‘‘ananuññātaṃ hotī’’ti. Iminā ñādhātussa avabodhanādayo atthe nivatteti, anujānanatthaṃyeva dasseti. Aḍḍhayogādīnaṃ visuṃ gahitattā vihārasaddena pārisesato avasesāvāsova gahetabboti āha ‘‘aḍḍhayogādimuttako avasesāvāso’’ti. Suvaṇṇavaṅkagehanti suvaṇṇavaṅkachadanena chāditaṃ gehaṃ. Iṭṭhakāguhāti iṭṭhakāya katā guhā. Eseva nayo sesesupi. Āgatassa ca anāgatassa cāti ettha casaddena dvandavākyaṃ dasseti. Āgacchatīti āgato, na āgato anāgato, saṅgho. Āgato ca anāgato ca āgatānāgato, samāhāradvando puṃliṅgo, tassa. ‘‘Appaṭihatacārassā’’ti iminā catūsu disāsu appaṭihatacāro cātuddisoti vacanatthaṃ dasseti.

    ๒๙๕. อนุโมทนคาถาสุ เอวํ วินิจฺฉโย เวทิตโพฺพติ โยชนาฯ อุตุวิสภาควเสนาติ สีตอุณฺหานํ อุตูนํ วิสภาควเสนฯ สํผุสิตกวาโตติ สห อุทกพินฺทุนา อาคโต วาโตฯ เอตฺถ หิ สํสโทฺท สหโตฺถ, ผุสิตสโทฺท อุทกพินฺทุวาจโกฯ อุชุกเมฆวุฎฺฐิโย เอวาติ วาเตน อปหริตตฺตา อุชุกํ ปติตา เมฆวุฎฺฐิโย เอวฯ ปาฬิยํ ตโตติ เอตฺถ โตปจฺจโย ปจฺจตฺตเตฺถ วตฺตติฯ โส วิหาโรติ หิ อโตฺถฯ วาฬมิคานิ จาติ วาฬมิเค จฯ ลิงฺควิปลฺลาโส เหสฯ เอตานิ สพฺพานีติ ‘‘สีต’’นฺติอาทีนิ สพฺพานิ สตฺต ปทานิฯ โยเชตพฺพานีติ โส วิหาโร สีตํ ปฎิหนติ…เป.… วุฎฺฐิโย ปฎิหนตีติ โยเชตพฺพานีติ อโตฺถฯ

    295. Anumodanagāthāsu evaṃ vinicchayo veditabboti yojanā. Utuvisabhāgavasenāti sītauṇhānaṃ utūnaṃ visabhāgavasena. Saṃphusitakavātoti saha udakabindunā āgato vāto. Ettha hi saṃsaddo sahattho, phusitasaddo udakabinduvācako. Ujukameghavuṭṭhiyo evāti vātena apaharitattā ujukaṃ patitā meghavuṭṭhiyo eva. Pāḷiyaṃ tatoti ettha topaccayo paccattatthe vattati. So vihāroti hi attho. Vāḷamigāni cāti vāḷamige ca. Liṅgavipallāso hesa. Etāni sabbānīti ‘‘sīta’’ntiādīni sabbāni satta padāni. Yojetabbānīti so vihāro sītaṃ paṭihanati…pe… vuṭṭhiyo paṭihanatīti yojetabbānīti attho.

    ‘‘วิหาเรนา’’ติ อิมินา ปาฬิยํ ตโตติ เอตฺถ โตปจฺจโย กตฺตุเตฺถ โหตีติ ทเสฺสติ, เตน วิหาเรนาติ อโตฺถฯ ปฎิหญฺญตีติ ปฎิหนียติฯ สุขตฺถนฺติ เอตฺถ อุตฺตรปทโลโปติ อาห ‘‘สุขวิหารตฺถ’’นฺติฯ ‘‘เลณตฺถญฺจ สุขตฺถญฺจา’’ติ ปททฺวยํ ‘‘โหตี’’ติ ปาฐเสเสน โยเชตพฺพํฯ วิหารทานํ เลณตฺถญฺจ สุขตฺถญฺจ โหตีติ หิ อโตฺถฯ อิทนฺติ อยํ อธิปฺปาโยฯ วุตฺตนฺติ วุโตฺตฯ วิหารทานํ สุขตฺถญฺจ โหตีติ โยชนาฯ ฌายิตุํ วิปสฺสิตุญฺจ ยํ สุขํ อตฺถีติ สมฺพโนฺธฯ ตทตฺถนฺติ ตสฺส สุขสฺส อตฺถายฯ ปรปเทนปีติ ‘‘ฌายิตุญฺจ วิปสฺสิตุ’’นฺติ ปททฺวยโต ปรํ ฐิเตน ‘‘วิหารทาน’’นฺติ ปเทนปิฯ อิธาติ อิมสฺมิํ วิหาเรฯ วิหารทานนฺติ วิหารสฺส ทานํ, ทาตพฺพวิหารํ วา, วณฺณิตนฺติ สมฺพโนฺธฯ วุตฺตนฺติ สํยุตฺตนิกาเย วุตฺตํฯ สาธกปาฬิยํ โย อุปสฺสยํ ททาติ, โส จ สพฺพทโท สเพฺพสํ พลาทีนํ ทโท โหตีติ โยชนาฯ โส จาติ เอตฺถ จสโทฺท อวธารณโตฺถฯ โส เอวาติ หิ อโตฺถฯ

    ‘‘Vihārenā’’ti iminā pāḷiyaṃ tatoti ettha topaccayo kattutthe hotīti dasseti, tena vihārenāti attho. Paṭihaññatīti paṭihanīyati. Sukhatthanti ettha uttarapadalopoti āha ‘‘sukhavihārattha’’nti. ‘‘Leṇatthañca sukhatthañcā’’ti padadvayaṃ ‘‘hotī’’ti pāṭhasesena yojetabbaṃ. Vihāradānaṃ leṇatthañca sukhatthañca hotīti hi attho. Idanti ayaṃ adhippāyo. Vuttanti vutto. Vihāradānaṃ sukhatthañca hotīti yojanā. Jhāyituṃ vipassituñca yaṃ sukhaṃ atthīti sambandho. Tadatthanti tassa sukhassa atthāya. Parapadenapīti ‘‘jhāyituñca vipassitu’’nti padadvayato paraṃ ṭhitena ‘‘vihāradāna’’nti padenapi. Idhāti imasmiṃ vihāre. Vihāradānanti vihārassa dānaṃ, dātabbavihāraṃ vā, vaṇṇitanti sambandho. Vuttanti saṃyuttanikāye vuttaṃ. Sādhakapāḷiyaṃ yo upassayaṃ dadāti, so ca sabbadado sabbesaṃ balādīnaṃ dado hotīti yojanā. So cāti ettha casaddo avadhāraṇattho. So evāti hi attho.

    ‘‘วิหาเร’’ติ อิมินา วาสเยตฺถาติ เอตฺถ เอตสทฺทสฺส วิสยํ ทเสฺสติฯ วาสเยติ วาเสยฺยฯ เตสํ อนฺนญฺจาติ เอตฺถ ‘‘เตส’’นฺติ ปทํ ‘‘อนุจฺฉวิย’’นฺติ ปาฐเสเสน โยเชตพฺพนฺติ ทเสฺสโนฺต อาห ‘‘เตสํ อนุจฺฉวิย’’นฺติฯ ตตฺถ อนุจฺฉวิยํ อนฺนญฺจ อนุจฺฉวิยานิ วตฺถานิ จาติ โยชนาฯ อถ วา เตสนฺติ ภุมฺมเตฺถ สมฺปทานวจนนฺติ ทเสฺสโนฺต อาห ‘‘เตสู’’ติ, ภิกฺขูสูติ อโตฺถฯ อุชุภูเตสูติ เอตฺถ สมฺปทานเตฺถ ภุมฺมวจนํ กตฺวา อุชุภูตานํ เตสํ ภิกฺขูนํ ทเทยฺยาติ อโตฺถปิ ยุชฺชเตวฯ ‘‘อกุฎิลจิเตฺตสู’’ติ อิมินา ‘‘อุชุภูเตสู’’ติ เอตฺถ อุชุสทฺทสฺส อกุฎิลตฺถญฺจ ภูตสเทฺทน พาหิรตฺถสมาสญฺจ ทเสฺสติฯ อุชุภูตํ จิตฺตเมเตสนฺติ อุชุภูตาติ วจนโตฺถ กาตโพฺพฯ นิทเหยฺยาติ นิขณิตฺวา ฐเปยฺยฯ ‘‘น จิตฺตปสาทํ วิราเธตฺวา’’ติ อิมินา วิปฺปสเนฺนน เจตสาติ เอตฺถ เอวตฺถผลํ วา อญฺญตฺถาโปหนํ วา ทเสฺสติฯ หีติ ผลโชตโกฯ เอวํ วิปฺปสนฺนจิตฺตสฺส ตสฺส วิหารทายกสฺส เต ภิกฺขู ธมฺมํ เทเสนฺตีติ โยชนาฯ

    ‘‘Vihāre’’ti iminā vāsayetthāti ettha etasaddassa visayaṃ dasseti. Vāsayeti vāseyya. Tesaṃ annañcāti ettha ‘‘tesa’’nti padaṃ ‘‘anucchaviya’’nti pāṭhasesena yojetabbanti dassento āha ‘‘tesaṃ anucchaviya’’nti. Tattha anucchaviyaṃ annañca anucchaviyāni vatthāni cāti yojanā. Atha vā tesanti bhummatthe sampadānavacananti dassento āha ‘‘tesū’’ti, bhikkhūsūti attho. Ujubhūtesūti ettha sampadānatthe bhummavacanaṃ katvā ujubhūtānaṃ tesaṃ bhikkhūnaṃ dadeyyāti atthopi yujjateva. ‘‘Akuṭilacittesū’’ti iminā ‘‘ujubhūtesū’’ti ettha ujusaddassa akuṭilatthañca bhūtasaddena bāhiratthasamāsañca dasseti. Ujubhūtaṃ cittametesanti ujubhūtāti vacanattho kātabbo. Nidaheyyāti nikhaṇitvā ṭhapeyya. ‘‘Na cittapasādaṃ virādhetvā’’ti iminā vippasannena cetasāti ettha evatthaphalaṃ vā aññatthāpohanaṃ vā dasseti. ti phalajotako. Evaṃ vippasannacittassa tassa vihāradāyakassa te bhikkhū dhammaṃ desentīti yojanā.

    ๒๙๖. อาวิญฺฉนฉิทฺทนฺติ องฺคุลิํ อว ปเวเสตฺวา อญฺฉติ อากฑฺฒติ เอตฺถ, เอเตนาติ วา อาวิญฺฉนํฯ อวปุโพฺพ อฉิธาตุ, อุปสคฺคอการสฺส ทีฆํ กตฺวา, ธาตุอการสฺส จ อิการํ กตฺวา ‘‘อาวิญฺฉน’’นฺติ วุตฺตํ, ตเมว ฉิทฺทํ อาวิญฺฉนฉิทฺทํฯ อาวิญฺฉนรชฺชุนฺติ กวาฎจฺฉิเทฺท อว ปเวเสตฺวา อญฺฉติ อากฑฺฒติ อิมายาติ อาวิญฺฉนา, สาเยว รชฺชูติ อาวิญฺฉนรชฺชุฯ กาจิ รชฺชุ น น วฎฺฎตีติ โยชนาฯ อถ วา น วฎฺฎติ น โหติ, วฎฺฎติเยวาติ โยชนาฯ ตีณิ ตาลานีติ เอตฺถ ตาลสโทฺท กุญฺจิกาปริยาโยติ อาห ‘‘ติโสฺส กุญฺจิกาโย’’ติฯ อิมินา ตาลสทฺทสฺส รุกฺขตูริยวิเสเส นิวเตฺตติฯ ยํ ยนฺติ อุปกรณํฯ ตสฺสาติ ยนฺตกสฺสฯ เวทิกาวาตปานนฺติ วาตํ ปิวติ อเนนาติ วาตปานํ, เวทิกาย กตํ วาตปานํ เวทิกาวาตปานํฯ จกฺกลิกนฺติ เอตฺถ จกฺกากาเรน อลติ ปวตฺตตีติ จกฺกลํ, โจฬกปาทปุญฺชนํฯ เตน พนฺธิตพฺพนฺติ จกฺกลิกนฺติ ทเสฺสโนฺต อาห ‘‘โจฬกปาทปุญฺชนํ พนฺธิตุ’’นฺติฯ ‘‘วาตปานปฺปมาเณน ภิสิํ กตฺวา’’ติ อิมินา วาตปานปมาเณน กตา ภิสิ วาตปานภิสีติ วจนตฺถํ ทเสฺสติฯ

    296.Āviñchanachiddanti aṅguliṃ ava pavesetvā añchati ākaḍḍhati ettha, etenāti vā āviñchanaṃ. Avapubbo achidhātu, upasaggaakārassa dīghaṃ katvā, dhātuakārassa ca ikāraṃ katvā ‘‘āviñchana’’nti vuttaṃ, tameva chiddaṃ āviñchanachiddaṃ. Āviñchanarajjunti kavāṭacchidde ava pavesetvā añchati ākaḍḍhati imāyāti āviñchanā, sāyeva rajjūti āviñchanarajju. Kāci rajju na na vaṭṭatīti yojanā. Atha vā na vaṭṭati na hoti, vaṭṭatiyevāti yojanā. Tīṇi tālānīti ettha tālasaddo kuñcikāpariyāyoti āha ‘‘tisso kuñcikāyo’’ti. Iminā tālasaddassa rukkhatūriyavisese nivatteti. Yaṃ yanti upakaraṇaṃ. Tassāti yantakassa. Vedikāvātapānanti vātaṃ pivati anenāti vātapānaṃ, vedikāya kataṃ vātapānaṃ vedikāvātapānaṃ. Cakkalikanti ettha cakkākārena alati pavattatīti cakkalaṃ, coḷakapādapuñjanaṃ. Tena bandhitabbanti cakkalikanti dassento āha ‘‘coḷakapādapuñjanaṃ bandhitu’’nti. ‘‘Vātapānappamāṇena bhisiṃ katvā’’ti iminā vātapānapamāṇena katā bhisi vātapānabhisīti vacanatthaṃ dasseti.

    ๒๙๗. ‘‘อุจฺจกมฺปิ อาสนฺทิก’’นฺติ วจนโต วฎฺฎตีติ เวทิตโพฺพติ สมฺพโนฺธฯ เอกโตภาเคน ทีฆปีฐํ อฎฺฐงฺคุลปาทกเมว วฎฺฎตีติ โยชนาฯ ตโต อธิกํ น วฎฺฎตีติ อธิปฺปาโยฯ ปมาณาติกฺกโนฺตปีติ ปิสโทฺท ปมาณยุโตฺต ปน ปเควาติ ทเสฺสติฯ สตฺตโงฺคติ ตีสุ ทิสาสุ อปสฺสโย, จตฺตาโร ปาทาติ สตฺต องฺคานิ เอตสฺสาติ สตฺตโงฺคฯ อยมฺปีติ ปิสโทฺท อาสนฺทิกํ อเปกฺขติฯ เอฬกปาทปีฐํ นาม วุจฺจตีติ สมฺพโนฺธฯ เอฬกสฺส ปาโท วิย ปาโท เอตฺถาติ เอฬกปาทํ, ตเมว ปีฐํ เอฬกปาทปีฐํฯ อามลกวณฺณิกปีฐนฺติ อามลกาย วโณฺณ สณฺฐาโน อามลกวโณฺณ, เตน โยชิตํ อามลกวณฺณิกํ, ตเทว ปีฐํ อามลกวณฺณิกปีฐํฯ ‘‘อากาเรนา’’ติ อิมินา วณฺณสทฺทสฺส สณฺฐานตฺถํ ทเสฺสติฯ อิมานีติ ปีฐานิฯ เอตฺถาติ ปีเฐฯ มุญฺจปพฺพชมยนฺติ มุเญฺชน จ ปพฺพเชน จ กตํฯ

    297. ‘‘Uccakampi āsandika’’nti vacanato vaṭṭatīti veditabboti sambandho. Ekatobhāgena dīghapīṭhaṃ aṭṭhaṅgulapādakameva vaṭṭatīti yojanā. Tato adhikaṃ na vaṭṭatīti adhippāyo. Pamāṇātikkantopīti pisaddo pamāṇayutto pana pagevāti dasseti. Sattaṅgoti tīsu disāsu apassayo, cattāro pādāti satta aṅgāni etassāti sattaṅgo. Ayampīti pisaddo āsandikaṃ apekkhati. Eḷakapādapīṭhaṃ nāma vuccatīti sambandho. Eḷakassa pādo viya pādo etthāti eḷakapādaṃ, tameva pīṭhaṃ eḷakapādapīṭhaṃ. Āmalakavaṇṇikapīṭhanti āmalakāya vaṇṇo saṇṭhāno āmalakavaṇṇo, tena yojitaṃ āmalakavaṇṇikaṃ, tadeva pīṭhaṃ āmalakavaṇṇikapīṭhaṃ. ‘‘Ākārenā’’ti iminā vaṇṇasaddassa saṇṭhānatthaṃ dasseti. Imānīti pīṭhāni. Etthāti pīṭhe. Muñcapabbajamayanti muñjena ca pabbajena ca kataṃ.

    มนุสฺสานนฺติ วฑฺฒกีมนุสฺสานํฯ ฉวิสํรกฺขนตฺถายาติ ฉวิยา วินาสนโต สุฎฺฐุ รกฺขนตฺถายฯ สิมฺพลิรุกฺขาทีนนฺติอาทิสเทฺทน ตูลนิพฺพตฺตเก สพฺพรุเกฺข สงฺคณฺหาติฯ ขีรวลฺลิอาทีนนฺติอาทิสเทฺทน ตูลนิพฺพตฺตกา สพฺพา ลตาโย สงฺคณฺหาติฯ โปฎกีติณาทีนนฺติอาทิสเทฺทน ตูลนิพฺพตฺตกา สพฺพา ติณชาติโย สงฺคณฺหาติฯ ตีหีติ รุกฺขลตาโปฎกีหิฯ นนุ ภูตคามานํ อเนกตฺตา เอเตหิ ตีหิ มุโตฺต ภูตคาโม อตฺถิ, กสฺมา ปน สพฺพภูตคามา สงฺคหิตา โหนฺตีติ อาห ‘‘รุกฺขวลฺลิติณชาติโย หี’’ติอาทิฯ ตตฺถ หิ ยสฺมา นตฺถิ, ตสฺมา สงฺคหิตา โหนฺตีติ โยชนาฯ ตสฺมาติ ยสฺมา นตฺถิ, ตสฺมาฯ สพฺพมฺปิ เอตํ ตูลนฺติ โยชนาฯ พิโพฺพหเน โลมมฺปิ วฎฺฎตีติ สมฺพโนฺธฯ โลมมฺปีติ ปิสเทฺทน ตูลํ อเปกฺขติฯ ยํกิญฺจิ ปุปฺผนฺติ สพฺพํ ปุปฺผํฯ ปตฺตํ ปาปุณิตฺวา สุทฺธํ ตมาลปตฺตเมว น วฎฺฎติ, อวเสสํ สพฺพํ ปตฺตํ สุทฺธมฺปิ วฎฺฎตีติ อธิปฺปาโยฯ ปญฺจวิธนฺติ อุณฺณโจฬวากติณปณฺณวเสน ปญฺจปการํฯ

    Manussānanti vaḍḍhakīmanussānaṃ. Chavisaṃrakkhanatthāyāti chaviyā vināsanato suṭṭhu rakkhanatthāya. Simbalirukkhādīnantiādisaddena tūlanibbattake sabbarukkhe saṅgaṇhāti. Khīravalliādīnantiādisaddena tūlanibbattakā sabbā latāyo saṅgaṇhāti. Poṭakītiṇādīnantiādisaddena tūlanibbattakā sabbā tiṇajātiyo saṅgaṇhāti. Tīhīti rukkhalatāpoṭakīhi. Nanu bhūtagāmānaṃ anekattā etehi tīhi mutto bhūtagāmo atthi, kasmā pana sabbabhūtagāmā saṅgahitā hontīti āha ‘‘rukkhavallitiṇajātiyo hī’’tiādi. Tattha hi yasmā natthi, tasmā saṅgahitā hontīti yojanā. Tasmāti yasmā natthi, tasmā. Sabbampi etaṃ tūlanti yojanā. Bibbohane lomampi vaṭṭatīti sambandho. Lomampīti pisaddena tūlaṃ apekkhati. Yaṃkiñci pupphanti sabbaṃ pupphaṃ. Pattaṃ pāpuṇitvā suddhaṃ tamālapattameva na vaṭṭati, avasesaṃ sabbaṃ pattaṃ suddhampi vaṭṭatīti adhippāyo. Pañcavidhanti uṇṇacoḷavākatiṇapaṇṇavasena pañcapakāraṃ.

    ‘‘อุปฑฺฒกายปมาณานี’’ติ อิมินา อทฺธกายิกานีติ เอตฺถ อทฺธสฺส กายสฺส ปมาเณน กตานิ อทฺธกายิกานีติ อตฺถํ ทเสฺสติฯ เยสุ พิโพฺพหเนสุ กฎิโต ปฎฺฐาย ยาว สีสํ อุปทหนฺติ, ตานิ พิโพฺพหนานิ อทฺธกายิกานิ นามาติ โยชนาฯ ยสฺสาติ พิโพฺพหนสฺสฯ วิตฺถารโต มุฎฺฐิรตนํ โหตีติ สมฺพโนฺธฯ อิมินา ยตฺถ สห คีวาย สกลํ สีสํ ฐเปตุํ สกฺกา, ตสฺส มุฎฺฐิรตนํ วิตฺถารปมาณนฺติ ทเสฺสติฯ ‘‘ตีสุ กเณฺณสุ ทฺวินฺนํ กณฺณาน’’นฺติ อิทํ พิโพฺพหนสฺส อุโภสุ อเนฺตสุ ฐเปตพฺพโจฬปมาณํ สนฺธาย วุตฺตํฯ อิทํ ปน พิโพฺพหนสฺส อุโภสุ อเนฺตสุ ฐปิตโจฬสฺส โกฎิยา โกฎิํ อาหจฺจ ทฺวิคุณํ กตํ ติกณฺณํ โหติ, เตสุ ตีสุ กเณฺณสุ ทฺวินฺนํ กณฺณานมนฺตรํ วิทตฺถิ จตุรงฺคุลํ โหติ, มชฺฌฎฺฐานํ โกฎิโต โกฎิมาหจฺจ มุฎฺฐิรตนํ โหติ, อิทํ ปน พิโพฺพหนํ ติกณฺณํ โหติฯ วฎฺฎํ วา จตุรสฺสาทิํ วา กตฺวา สิพฺพิตํ ยถา โกฎิโต โกฎิ วิตฺถารโต ปุถุลฎฺฐานํ มุฎฺฐิรตนํ โหติ, เอวํ สิพฺพิตพฺพํฯ อิโต อธิกํ น วฎฺฎติ, อูนํ ปน วฎฺฎติเยวฯ สีสูปธานนฺติ สีสํ อุปทหนฺติ ฐเปนฺติ เอตฺถาติ สีสูปธานํฯ พิโพฺพหนานีติ วิเสเสน, วิเสสํ วา สุขํ วหนฺตีติ พิโพฺพหนานิฯ อุปรีติ พิโพฺพหนานํ อุปริฯ ยานิ ปน กปฺปิยตูลานิ สนฺตีติ โยชนาฯ มหนฺตมฺปีติ ปิสโทฺท ขุทฺทกํ ปน ปเควาติ ทเสฺสติฯ วินยธรอุปติสฺสเตฺถโร ปน อาหาติ สมฺพโนฺธฯ ‘‘วินยธร’’ อิติ ปเทน ผุสฺสเทวเตฺถรโต วิเสสํ ทเสฺสติฯ อกปฺปิยตูลํ วาติ ภิสิยํ อกปฺปิยตูลํ วาฯ พิโพฺพหเน หิ อกปฺปิยตูลํ นาม นตฺถิฯ

    ‘‘Upaḍḍhakāyapamāṇānī’’ti iminā addhakāyikānīti ettha addhassa kāyassa pamāṇena katāni addhakāyikānīti atthaṃ dasseti. Yesu bibbohanesu kaṭito paṭṭhāya yāva sīsaṃ upadahanti, tāni bibbohanāni addhakāyikāni nāmāti yojanā. Yassāti bibbohanassa. Vitthārato muṭṭhiratanaṃ hotīti sambandho. Iminā yattha saha gīvāya sakalaṃ sīsaṃ ṭhapetuṃ sakkā, tassa muṭṭhiratanaṃ vitthārapamāṇanti dasseti. ‘‘Tīsu kaṇṇesu dvinnaṃ kaṇṇāna’’nti idaṃ bibbohanassa ubhosu antesu ṭhapetabbacoḷapamāṇaṃ sandhāya vuttaṃ. Idaṃ pana bibbohanassa ubhosu antesu ṭhapitacoḷassa koṭiyā koṭiṃ āhacca dviguṇaṃ kataṃ tikaṇṇaṃ hoti, tesu tīsu kaṇṇesu dvinnaṃ kaṇṇānamantaraṃ vidatthi caturaṅgulaṃ hoti, majjhaṭṭhānaṃ koṭito koṭimāhacca muṭṭhiratanaṃ hoti, idaṃ pana bibbohanaṃ tikaṇṇaṃ hoti. Vaṭṭaṃ vā caturassādiṃ vā katvā sibbitaṃ yathā koṭito koṭi vitthārato puthulaṭṭhānaṃ muṭṭhiratanaṃ hoti, evaṃ sibbitabbaṃ. Ito adhikaṃ na vaṭṭati, ūnaṃ pana vaṭṭatiyeva. Sīsūpadhānanti sīsaṃ upadahanti ṭhapenti etthāti sīsūpadhānaṃ. Bibbohanānīti visesena, visesaṃ vā sukhaṃ vahantīti bibbohanāni. Uparīti bibbohanānaṃ upari. Yāni pana kappiyatūlāni santīti yojanā. Mahantampīti pisaddo khuddakaṃ pana pagevāti dasseti. Vinayadharaupatissatthero pana āhāti sambandho. ‘‘Vinayadhara’’ iti padena phussadevattherato visesaṃ dasseti. Akappiyatūlaṃ vāti bhisiyaṃ akappiyatūlaṃ vā. Bibbohane hi akappiyatūlaṃ nāma natthi.

    ปญฺจภิสิโยติ เอตฺถ วากฺยภาวญฺจ อสมาหารทิคุภาวญฺจ ปฎิกฺขิปโนฺต อาห ‘‘ปญฺจหิ อุณฺณาทีหิ ปูริตา ภิสิโย’’ติฯ อิมินา ปญฺจหิ อุณฺณาทีหิ ปูริตา ภิสิโย ปญฺจภิสิโยติ วจนตฺถํ ทเสฺสติฯ อตฺถโต ปน วากฺยมฺปิ อสมาหารทิคุปิ ยุชฺชเตวฯ กสฺมา ปญฺจคณนา โหตีติ อาห ‘‘ตูลคณนาย หี’’ติอาทิฯ หิ ยสฺมา ตูลคณนาย เอตาสํ คณนา วุตฺตา, ตสฺมา ปญฺจภิสิโย โหนฺตีติ โยชนาฯ ตตฺถาติ อุณฺณาทีสุ ปญฺจสุฯ อุณฺณคฺคหเณน คหิตนฺติ สมฺพโนฺธฯ กมฺพลเมวาติ อุณฺณามยํ กมฺพลเมวฯ อุณฺณาย, อุณฺณํ วา ปกฺขิปิตฺวา กตา ภิสิ อุณฺณาภิสิฯ เอเสว นโย โจฬภิสิอาทีสุฯ

    Pañcabhisiyoti ettha vākyabhāvañca asamāhāradigubhāvañca paṭikkhipanto āha ‘‘pañcahi uṇṇādīhi pūritā bhisiyo’’ti. Iminā pañcahi uṇṇādīhi pūritā bhisiyo pañcabhisiyoti vacanatthaṃ dasseti. Atthato pana vākyampi asamāhāradigupi yujjateva. Kasmā pañcagaṇanā hotīti āha ‘‘tūlagaṇanāya hī’’tiādi. Hi yasmā tūlagaṇanāya etāsaṃ gaṇanā vuttā, tasmā pañcabhisiyo hontīti yojanā. Tatthāti uṇṇādīsu pañcasu. Uṇṇaggahaṇena gahitanti sambandho. Kambalamevāti uṇṇāmayaṃ kambalameva. Uṇṇāya, uṇṇaṃ vā pakkhipitvā katā bhisi uṇṇābhisi. Eseva nayo coḷabhisiādīsu.

    ปมาณนิยโมติ เอตฺตกา ปมาณาติ ปมาณสฺส นิยโมฯ มเญฺจ อตฺถริตพฺพา ภิสิ มญฺจภิสิฯ เอตาสนฺติ มญฺจภิสิอาทีนํฯ ยํ เอตํ ตูลนฺติ โยชนาฯ สูรเกปีติ จมฺมมยภิสิยมฺปิฯ เอเตนาติ กุรุนฺทิยํ วุตฺตวจเนน สิทฺธํ โหตีติ สมฺพโนฺธฯ

    Pamāṇaniyamoti ettakā pamāṇāti pamāṇassa niyamo. Mañce attharitabbā bhisi mañcabhisi. Etāsanti mañcabhisiādīnaṃ. Yaṃ etaṃ tūlanti yojanā. Sūrakepīti cammamayabhisiyampi. Etenāti kurundiyaṃ vuttavacanena siddhaṃ hotīti sambandho.

    มญฺจภิสินฺติ มเญฺจ อตฺถริตพฺพํ ภิสิํฯ ‘‘อตฺถรณตฺถาย สํหรนฺตีติ ยุชฺชตี’’ติ อิมินา ‘‘อตฺถรนฺตี’’ติ เอตฺถ การิยูปจาเรน อโตฺถ คเหตโพฺพติ ทเสฺสติฯ อตฺถรณาย หิ สํหรณํ การณํ นาม, อตฺถรณํ การิยํ นามฯ อุปรีติ ภิสิฉวิยา อุปริฯ ผุสิตานีติ พินฺทูนิฯ ภิตฺติกมฺมนฺติ ภิตฺติยํ นานาวเณฺณหิ ราชิกรณํ วิย กตฺตพฺพํ กมฺมํฯ

    Mañcabhisinti mañce attharitabbaṃ bhisiṃ. ‘‘Attharaṇatthāya saṃharantīti yujjatī’’ti iminā ‘‘attharantī’’ti ettha kāriyūpacārena attho gahetabboti dasseti. Attharaṇāya hi saṃharaṇaṃ kāraṇaṃ nāma, attharaṇaṃ kāriyaṃ nāma. Uparīti bhisichaviyā upari. Phusitānīti bindūni. Bhittikammanti bhittiyaṃ nānāvaṇṇehi rājikaraṇaṃ viya kattabbaṃ kammaṃ.

    ๒๙๘. ‘‘อิกฺกาส’’นฺติ นามํ นิยฺยาสสิเลสานํ นามนฺติ อาห ‘‘รุกฺขนิยฺยาสํ วา สิเลสํ วา’’ติฯ ‘‘กุณฺฑกมิสฺสกมตฺติก’’นฺติ อิมินา กุณฺฑเกน มิสฺสกา มตฺติกา กุณฺฑกมตฺติกาติ วจนตฺถํ ทเสฺสติฯ สาสปปิฎฺฐนฺติ สาสปจุณฺณํฯ ‘‘พินฺทุ พินฺทุ หุตฺวา’’ติ อิมินา อจฺจุสฺสนฺนํ โหตีติ เอตฺถ การณูปจารํ ทเสฺสติฯ อจฺจุสฺสนฺนญฺหิ การณํ โหติ, ‘‘พินฺทุ พินฺทุ หุตฺวา’’ติ ฐานํ การิยํ โหติฯ ‘‘ปุญฺชิตุ’’นฺติ โสเธตุํฯ คณฺฑุปฺปาทคูถมตฺติกนฺติ มหิลตาย คูถมยํ มตฺติกํฯ อิมินา ลณฺฑมตฺติกนฺติ เอตฺถ ลณฺฑสโทฺท คูถปริยาโยติ ทเสฺสติฯ

    298.‘‘Ikkāsa’’nti nāmaṃ niyyāsasilesānaṃ nāmanti āha ‘‘rukkhaniyyāsaṃ vā silesaṃ vā’’ti. ‘‘Kuṇḍakamissakamattika’’nti iminā kuṇḍakena missakā mattikā kuṇḍakamattikāti vacanatthaṃ dasseti. Sāsapapiṭṭhanti sāsapacuṇṇaṃ. ‘‘Bindu bindu hutvā’’ti iminā accussannaṃ hotīti ettha kāraṇūpacāraṃ dasseti. Accussannañhi kāraṇaṃ hoti, ‘‘bindu bindu hutvā’’ti ṭhānaṃ kāriyaṃ hoti. ‘‘Puñjitu’’nti sodhetuṃ. Gaṇḍuppādagūthamattikanti mahilatāya gūthamayaṃ mattikaṃ. Iminā laṇḍamattikanti ettha laṇḍasaddo gūthapariyāyoti dasseti.

    ๒๙๙. น ภิกฺขเว ปฎิภานจิตฺตนฺติ เอตฺถ ‘‘อิตฺถิรูปกํ ปุริสรูปก’’นฺติ ปาฬิยํ วุตฺตตฺตา กิํ อิตฺถิปุริสรูปเมว น วฎฺฎตีติ อาห ‘‘น เกวล’’นฺติอาทิฯ ติรจฺฉานรูปมฺปิ กาตุํ วา ‘‘กโรหี’’ติ วตฺตุํ วา น วฎฺฎตีติ สมฺพโนฺธฯ ทฺวารปาลนฺติ ทฺวารปาลรูปํฯ ปสาทนียานีติ ปสาเทตพฺพานิ, ปสาเทตุํ อรหานีติ อโตฺถฯ

    299.Na bhikkhave paṭibhānacittanti ettha ‘‘itthirūpakaṃ purisarūpaka’’nti pāḷiyaṃ vuttattā kiṃ itthipurisarūpameva na vaṭṭatīti āha ‘‘na kevala’’ntiādi. Tiracchānarūpampi kātuṃ vā ‘‘karohī’’ti vattuṃ vā na vaṭṭatīti sambandho. Dvārapālanti dvārapālarūpaṃ. Pasādanīyānīti pasādetabbāni, pasādetuṃ arahānīti attho.

    ๓๐๐. เอกงฺคณาติ อวิหารฎฺฐาเนน สมานภูมิภาคาฯ มุณฺฑเจฺฉทนคโพฺภติ มุเณฺฑน ฉาเทตโพฺพ คโพฺภฯ

    300.Ekaṅgaṇāti avihāraṭṭhānena samānabhūmibhāgā. Muṇḍacchedanagabbhoti muṇḍena chādetabbo gabbho.

    ตตฺถาติ วิชฺฌิตพฺพรุเกฺขฯ ‘‘กต’’นฺติ อิมินา กุลงฺกปาทกนฺติ เอตฺถ ณิกปจฺจยสฺส อตฺถํ ทเสฺสติฯ ตํ อาหริมํ ภิตฺติปาทํ ปติฎฺฐาเปตุนฺติ สมฺพโนฺธฯ วสฺสปริตฺตาณตฺถนฺติ วโสฺสทกปริตฺตาณตฺถํฯ ‘‘มทฺทิตมตฺติก’’นฺติ อิมินา อุทฺทสุธนฺติ เอตฺถ สุธาสทฺทสฺส เลปนสุธํ ทเสฺสติ, โภชนสุธํ นิวเตฺตติฯ

    Tatthāti vijjhitabbarukkhe. ‘‘Kata’’nti iminā kulaṅkapādakanti ettha ṇikapaccayassa atthaṃ dasseti. Taṃ āharimaṃ bhittipādaṃ patiṭṭhāpetunti sambandho. Vassaparittāṇatthanti vassodakaparittāṇatthaṃ. ‘‘Madditamattika’’nti iminā uddasudhanti ettha sudhāsaddassa lepanasudhaṃ dasseti, bhojanasudhaṃ nivatteti.

    ปมุขนฺติ วิหารสฺส ปมุขํฯ นฺติ ปเทสํ, หนนฺตีติ สมฺพโนฺธฯ ตสฺส กตปเทสสฺสาติ โยชนาฯ ‘‘ปฆาน’’นฺติปิ วุจฺจตีติ ทีฆวเสน ‘‘ปฆาน’’นฺติปิ วุจฺจติฯ อิมินา ปุริมปาเฐ รสฺสภาวํ ทีเปติฯ ‘‘ปกุฎฺฎ’’นฺติปิ ปาโฐติ สสํโยควเสน ‘‘ปกุฎฺฎ’’นฺติปิ ปาโฐฯ อิมินา ปุริมปาเฐ นิสํโยคภาวํ ทเสฺสติฯ วํสนฺติ เวฬุํฯ ตโตติ วํสโตฯ ‘‘โอสาเรตฺวา กต’’นฺติ อิมินา โอสาเรตฺวา กตํ โอสารกนฺติ วจนตฺถํ ทเสฺสติฯ ‘‘ฉทนปมุข’’นฺติ อิมินา ณิกปจฺจยสฺส สรูปํ ทเสฺสติฯ จกฺกลยุโตฺตติ จกฺกเลน ยุโตฺตฯ

    Pamukhanti vihārassa pamukhaṃ. Yanti padesaṃ, hanantīti sambandho. Tassa katapadesassāti yojanā. ‘‘Paghāna’’ntipi vuccatīti dīghavasena ‘‘paghāna’’ntipi vuccati. Iminā purimapāṭhe rassabhāvaṃ dīpeti. ‘‘Pakuṭṭa’’ntipi pāṭhoti sasaṃyogavasena ‘‘pakuṭṭa’’ntipi pāṭho. Iminā purimapāṭhe nisaṃyogabhāvaṃ dasseti. Vaṃsanti veḷuṃ. Tatoti vaṃsato. ‘‘Osāretvā kata’’nti iminā osāretvā kataṃ osārakanti vacanatthaṃ dasseti. ‘‘Chadanapamukha’’nti iminā ṇikapaccayassa sarūpaṃ dasseti. Cakkalayuttoti cakkalena yutto.

    ๓๐๑. ปานียทานภาชนนฺติ ปานียํ เทติ อเนนาติ ปานียทานํ, ตเมว ภาชนํ ปานียทานภาชนํฯ ‘‘อุฬุโงฺก จ ถาลกญฺจา’’ติ อิมินา เทฺว ปานียสงฺขสฺส อนุโลมานีติ โยชนาฯ

    301.Pānīyadānabhājananti pānīyaṃ deti anenāti pānīyadānaṃ, tameva bhājanaṃ pānīyadānabhājanaṃ. ‘‘Uḷuṅko ca thālakañcā’’ti iminā dve pānīyasaṅkhassa anulomānīti yojanā.

    ๓๐๓. ทฺวารถกนกนฺติ ทฺวารํ ถเกติ อเนนาติ ทฺวารถกนกํฯ คามทฺวาเรสุ ทฺวารถกนกํ วิย จกฺกลยุตฺตํ ทฺวารถกนกนฺติ โยชนาฯ

    303.Dvārathakanakanti dvāraṃ thaketi anenāti dvārathakanakaṃ. Gāmadvāresu dvārathakanakaṃ viya cakkalayuttaṃ dvārathakanakanti yojanā.

    ๓๐๕. อสฺสตริรถาติ อสฺสานํ วิเสเสน, อติสเยน วาติ อสฺสตโร, อถ วา ปกติอเสฺส ตรติ อติกฺกมตีติ อสฺสตโร, โส เอเตสุ รเถสุ ยุชฺชิตโพฺพติ อสฺสตรี, เตเยว รถาติ อสฺสตริรถาติ ทเสฺสโนฺต อาห ‘‘อสฺสตรยุตฺตา รถา อสฺสตริรถา’’ติฯ ตตฺถ ‘‘อสฺสตรยุตฺตา’’ติ อิมินา ‘‘อสฺสตรี’’ติ ปทสฺส อสฺสตฺถิตทฺธิตํ ทเสฺสติฯ อามุตฺตมณิกุณฺฑลาติ ปทสฺส ‘‘สตํ กญฺญา สหสฺสานี’’ติ ปเทน สมฺพนฺธิตพฺพตฺตา วุตฺตํ ‘‘อามุตฺตมณิกุณฺฑลานี’’ติฯ อิมินา นิการสฺส อากาโร โหตีติ ทเสฺสติฯ กเณฺณสุ อามุตฺตํ มณิกุณฺฑลํ เอตาสนฺติ อามุตฺตมณิกุณฺฑลา กญฺญาโยฯ

    305.Assatarirathāti assānaṃ visesena, atisayena vāti assataro, atha vā pakatiasse tarati atikkamatīti assataro, so etesu rathesu yujjitabboti assatarī, teyeva rathāti assatarirathāti dassento āha ‘‘assatarayuttā rathā assatarirathā’’ti. Tattha ‘‘assatarayuttā’’ti iminā ‘‘assatarī’’ti padassa assatthitaddhitaṃ dasseti. Āmuttamaṇikuṇḍalāti padassa ‘‘sataṃ kaññā sahassānī’’ti padena sambandhitabbattā vuttaṃ ‘‘āmuttamaṇikuṇḍalānī’’ti. Iminā nikārassa ākāro hotīti dasseti. Kaṇṇesu āmuttaṃ maṇikuṇḍalaṃ etāsanti āmuttamaṇikuṇḍalā kaññāyo.

    ขนฺธปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพุโตติ อตฺถํ ปฎิกฺขิปโนฺต อาห ‘‘กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพุโต’’ติฯ สีติภูโตติ เอตฺถ กิเลสาตปานํ อภาเวเนว สีติภูโต, น อเญฺญสนฺติ อาห ‘‘กิเลสาตปาภาเวนา’’ติฯ ‘‘กิเลสูปธิอภาเวนา’’ติ อิมินา นิรุปธีติ เอตฺถ ขนฺธูปธิอภิสงฺขารูปธิอภาเวนาติ อตฺถํ ปฎิกฺขิปติฯ

    Khandhaparinibbānena parinibbutoti atthaṃ paṭikkhipanto āha ‘‘kilesaparinibbānena parinibbuto’’ti. Sītibhūtoti ettha kilesātapānaṃ abhāveneva sītibhūto, na aññesanti āha ‘‘kilesātapābhāvenā’’ti. ‘‘Kilesūpadhiabhāvenā’’ti iminā nirupadhīti ettha khandhūpadhiabhisaṅkhārūpadhiabhāvenāti atthaṃ paṭikkhipati.

    อาสตฺติโยติ เอตฺถ ปุนปฺปุนํ วิสเยสุ, ภเวสุ วา สญฺชนฺตีติ อาสตฺติโยติ ทเสฺสโนฺต อาห ‘‘รูปาทีสู’’ติอาทิฯ ปตฺถนาโยติ ตณฺหาโยฯ อิมินา อาสตฺตีนํ สรูปํ ทเสฺสติฯ ‘‘ฉินฺทิตฺวา’’ติ อิมินา เฉตฺวาติ เอตฺถ เฉธาตุยา เฉทนตฺถํ ทเสฺสติฯ วิเนยฺยหทเย ทรนฺติ เอตฺถ ‘‘วิเนยฺยา’’ติ ปทสฺส ตฺวาปจฺจยนฺตภาวญฺจ หทยสทฺทสฺส จิตฺตวาจกภาวญฺจ ทรถสรูปญฺจ ทเสฺสโนฺต อาห ‘‘จิเตฺต กิเลสทรถํ วิเนตฺวา’’ติฯ ตตฺถ ‘‘จิเตฺต’’ติ อิมินา หทยสทฺทสฺสตฺถํ ทเสฺสติ, ‘‘กิเลส’’ อิติ ปเทน ทรถสรูปํ, ‘‘วิเนตฺวา’’ติ อิมินา ตฺวาปจฺจยนฺตภาวํ ทเสฺสติฯ วยกรณนฺติ ปริพฺพยมูลํฯ ตญฺหิ วยํ กริยติ อเนนาติ วยกรณนฺติ วุจฺจติฯ อิมินา วยสฺส กรณํ วยายิกํ, กรณเตฺถ อายิกปจฺจโย, วยายิกเมว เวยฺยายิกนฺติ อตฺถํ ทเสฺสติฯ

    Āsattiyoti ettha punappunaṃ visayesu, bhavesu vā sañjantīti āsattiyoti dassento āha ‘‘rūpādīsū’’tiādi. Patthanāyoti taṇhāyo. Iminā āsattīnaṃ sarūpaṃ dasseti. ‘‘Chinditvā’’ti iminā chetvāti ettha chedhātuyā chedanatthaṃ dasseti. Vineyyahadaye daranti ettha ‘‘vineyyā’’ti padassa tvāpaccayantabhāvañca hadayasaddassa cittavācakabhāvañca darathasarūpañca dassento āha ‘‘citte kilesadarathaṃ vinetvā’’ti. Tattha ‘‘citte’’ti iminā hadayasaddassatthaṃ dasseti, ‘‘kilesa’’ iti padena darathasarūpaṃ, ‘‘vinetvā’’ti iminā tvāpaccayantabhāvaṃ dasseti. Vayakaraṇanti paribbayamūlaṃ. Tañhi vayaṃ kariyati anenāti vayakaraṇanti vuccati. Iminā vayassa karaṇaṃ vayāyikaṃ, karaṇatthe āyikapaccayo, vayāyikameva veyyāyikanti atthaṃ dasseti.

    ๓๐๗. อาเทยฺยวาโจติ เอตฺถ อาทิยิตพฺพาติ อาเทยฺยา, สา วาจา เอตสฺสาติ อาเทยฺยวาโจติ ทเสฺสโนฺต อาห ‘‘ตสฺส วจน’’นฺติอาทิฯ ตตฺถ ตสฺสาติ อนาถปิณฺฑิกสฺสฯ สธนาติ สํวิชฺชมาน ธนา, อตฺตโน วา ธนวโนฺตฯ มนฺทธนาติ อปฺปธนาฯ อทาสีติ อนาถปิณฺฑิโก อทาสิฯ อิตีติ เอวํ, ทตฺวา กตฺวาติ สมฺพโนฺธฯ โสติ อนาถปิณฺฑิโก, อคมาสีติ สมฺพโนฺธฯ

    307.Ādeyyavācoti ettha ādiyitabbāti ādeyyā, sā vācā etassāti ādeyyavācoti dassento āha ‘‘tassa vacana’’ntiādi. Tattha tassāti anāthapiṇḍikassa. Sadhanāti saṃvijjamāna dhanā, attano vā dhanavanto. Mandadhanāti appadhanā. Adāsīti anāthapiṇḍiko adāsi. Itīti evaṃ, datvā katvāti sambandho. Soti anāthapiṇḍiko, agamāsīti sambandho.

    กหาปเณ สนฺถรีติ สมฺพโนฺธฯ โกฎิยา กรณภูตาย, อาธารภูตาย วาฯ ปฎิปาเตตฺวาติ ปฎิหนาเปตฺวา ฯ ตตฺถ ตสฺมิํ ฐาเน เย รุกฺขา วา ยา โปกฺขรณิโย วา ติฎฺฐนฺตีติ โยชนาฯ เตสนฺติ ตาสํ รุกฺขโปกฺขรณีนํฯ สามญฺญญฺหิ อเปกฺขิตฺวา ปุลฺลิงฺควเสน วุตฺตํฯ ปริเกฺขปปมาณนฺติ ปริณาหสฺส ปมาณํฯ อสฺสาติ อนาถปิณฺฑิกสฺสฯ

    Kahāpaṇe santharīti sambandho. Koṭiyā karaṇabhūtāya, ādhārabhūtāya vā. Paṭipātetvāti paṭihanāpetvā . Tattha tasmiṃ ṭhāne ye rukkhā vā yā pokkharaṇiyo vā tiṭṭhantīti yojanā. Tesanti tāsaṃ rukkhapokkharaṇīnaṃ. Sāmaññañhi apekkhitvā pulliṅgavasena vuttaṃ. Parikkhepapamāṇanti pariṇāhassa pamāṇaṃ. Assāti anāthapiṇḍikassa.

    เอวํ พหุธนํ จชนฺตสฺสาปิ คหปติโนติ โยชนาฯ โกฎฺฐกํ มาเปสีติ เอตฺถ อเญฺญ โกฎฺฐเก ปฎิกฺขิปโนฺต อาห ‘‘ทฺวารโกฎฺฐกปาสาท’’นฺติฯ

    Evaṃ bahudhanaṃ cajantassāpi gahapatinoti yojanā. Koṭṭhakaṃ māpesīti ettha aññe koṭṭhake paṭikkhipanto āha ‘‘dvārakoṭṭhakapāsāda’’nti.

    วิหาราทโยติ เอตฺถ อาทิสเทฺทน ปาฬิยํ อาคเต ปริเวณาทโย จุทฺทส อุปกรเณ สงฺคณฺหาติฯ อมฺหากํ ภควโต วิหารการาปนปสเงฺคน สตฺตนฺนมฺปิ พุทฺธานํ วิหารการาปนํ ทเสฺสโนฺต อาห ‘‘วิปสฺสิสฺสา’’ติอาทิฯ ตตฺถ วิปสฺสิสฺส ภควโต วิหารํ (ที. นิ. อฎฺฐ. ๒.๑๒) การาเปสีติ สมฺพโนฺธฯ ติคาวุตปฺปมาณํ ภูมิํ สุวณฺณยฎฺฐิสนฺถเรน กิณิตฺวา วิหารํ การาเปสีติ โยชนาฯ เอเสว นโย ปรโตปิฯ อฎฺฐกรีสปฺปมาณา ภูมิ อุสเภน ทสอุสภปฺปมาณา ยฎฺฐิยา ทฺวิสตยฎฺฐิปฺปมาณา โหตีติ ทฎฺฐพฺพํฯ ‘‘เอวํ อนุปุเพฺพน ปริหายนฺตี’’ติ วตฺวา สพฺพชนํ สํเวเชโนฺต อาห ‘‘สมฺปตฺติโย หี’’ติอาทิฯ ตตฺถ ยสฺมา สมฺปตฺติโย ปริหายนฺติ, ตสฺมา อลเมว สพฺพสมฺปตฺตีสุ วิรชฺชิตุํ, อลํ เอว สพฺพสมฺปตฺตีหิ วิมุจฺจิตุนฺติ โยชนาฯ ‘‘สพฺพสมฺปตฺตีสู’’ติ ปทญฺหิ ‘‘วิมุจฺจิตุ’’นฺติ ปเทน วิภตฺติปริณามํ กตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํฯ

    Vihārādayoti ettha ādisaddena pāḷiyaṃ āgate pariveṇādayo cuddasa upakaraṇe saṅgaṇhāti. Amhākaṃ bhagavato vihārakārāpanapasaṅgena sattannampi buddhānaṃ vihārakārāpanaṃ dassento āha ‘‘vipassissā’’tiādi. Tattha vipassissa bhagavato vihāraṃ (dī. ni. aṭṭha. 2.12) kārāpesīti sambandho. Tigāvutappamāṇaṃ bhūmiṃ suvaṇṇayaṭṭhisantharena kiṇitvā vihāraṃ kārāpesīti yojanā. Eseva nayo paratopi. Aṭṭhakarīsappamāṇā bhūmi usabhena dasausabhappamāṇā yaṭṭhiyā dvisatayaṭṭhippamāṇā hotīti daṭṭhabbaṃ. ‘‘Evaṃ anupubbena parihāyantī’’ti vatvā sabbajanaṃ saṃvejento āha ‘‘sampattiyo hī’’tiādi. Tattha yasmā sampattiyo parihāyanti, tasmā alameva sabbasampattīsu virajjituṃ, alaṃ eva sabbasampattīhi vimuccitunti yojanā. ‘‘Sabbasampattīsū’’ti padañhi ‘‘vimuccitu’’nti padena vibhattipariṇāmaṃ katvā sambandhitabbaṃ.

    ๓๐๘. ขณฺฑผุลฺลสทฺทานํ อธิกรณภาวํ ทเสฺสโนฺต อาห ‘‘ขณฺฑนฺติ ฉิโนฺนกาโสฯ ผุลฺลนฺติ ผลิโตกาโส’’ติฯ ตตฺถ ‘‘ฉิโนฺนกาโส’’ติ อิมินา ขณฺฑติ ฉิชฺชติ เอตฺถาติ ขณฺฑนฺติ วจนตฺถํ ทเสฺสติฯ ‘‘ผลิโตกาโส’’ติ อิมินา ผุลฺลติ ผลติ เอตฺถาติ ผุลฺลนฺติ วจนตฺถํ ทเสฺสติฯ ปฎิสงฺขริสฺสตีติ เอตฺถ ปาฎิสทฺทสฺส ปากติกตฺถภาวํ, สงฺขริสฺสติสทฺทสฺส จ กรธาตุยา นิปฺผนฺนภาวํ ทเสฺสตุํ วุตฺตํ ‘‘ปากติกํ กริยตี’’ติฯ

    308. Khaṇḍaphullasaddānaṃ adhikaraṇabhāvaṃ dassento āha ‘‘khaṇḍanti chinnokāso. Phullanti phalitokāso’’ti. Tattha ‘‘chinnokāso’’ti iminā khaṇḍati chijjati etthāti khaṇḍanti vacanatthaṃ dasseti. ‘‘Phalitokāso’’ti iminā phullati phalati etthāti phullanti vacanatthaṃ dasseti. Paṭisaṅkharissatīti ettha pāṭisaddassa pākatikatthabhāvaṃ, saṅkharissatisaddassa ca karadhātuyā nipphannabhāvaṃ dassetuṃ vuttaṃ ‘‘pākatikaṃ kariyatī’’ti.

    ๓๑๐. เถโรติ สาริปุตฺตเตฺถโร, อาคจฺฉตีติ สมฺพโนฺธฯ อิทนฺติ คิลานปฎิชคฺคนาทิฯ อสฺสาติ เถรสฺสฯ อคฺคาสนนฺติอาทีสุ อคฺคสโทฺท ปฐมโตฺถปิ อุตฺตมโตฺถปิ ยุชฺชติฯ เตน วุตฺตํ ‘‘เถราสน’’นฺติอาทิฯ อนฺตรา สตฺถีนนฺติ เอตฺถ อนฺตราติ ภุมฺมเตฺถ นิสฺสกฺกวจนํฯ สตฺถิสโทฺท จ อูรุสงฺขาโต ปาทวาจโกติ อาห ‘‘จตุนฺนํ ปาทานํ อนฺตเร’’ติฯ

    310.Theroti sāriputtatthero, āgacchatīti sambandho. Idanti gilānapaṭijagganādi. Assāti therassa. Aggāsanantiādīsu aggasaddo paṭhamatthopi uttamatthopi yujjati. Tena vuttaṃ ‘‘therāsana’’ntiādi. Antarā satthīnanti ettha antarāti bhummatthe nissakkavacanaṃ. Satthisaddo ca ūrusaṅkhāto pādavācakoti āha ‘‘catunnaṃ pādānaṃ antare’’ti.

    ๓๑๕. ปติฎฺฐาเปสีติ เอตฺถ กํ วยํ กตฺวา ปติฎฺฐาเปสีติ อาห ‘‘อฎฺฐารสโกฎิปริจฺจาคํ กตฺวา’’ติฯ เอวนฺติอาทิ นิคมนํฯ

    315.Patiṭṭhāpesīti ettha kaṃ vayaṃ katvā patiṭṭhāpesīti āha ‘‘aṭṭhārasakoṭipariccāgaṃ katvā’’ti. Evantiādi nigamanaṃ.







    Related texts:



    อฎฺฐกถา • Aṭṭhakathā / วินยปิฎก (อฎฺฐกถา) • Vinayapiṭaka (aṭṭhakathā) / จูฬวคฺค-อฎฺฐกถา • Cūḷavagga-aṭṭhakathā / วิหารานุชานนกถา • Vihārānujānanakathā


    © 1991-2023 The Titi Tudorancea Bulletin | Titi Tudorancea® is a Registered Trademark | Terms of use and privacy policy
    Contact